"บาส" ภุชงค์ ซ้ายอดุมศิลป์ นักปั่นทีมชาติไทย
6 เดือนที่ต้อง"พยายาม" ทำให้กลับมามีชีวิตที่เหมือนเดิม มันเหนื่อย ล้า ท้อแท้ จนถึงขั้นหมดหวัง !!!
แต่...ทุกครั้งที่ความรู้สึกท้อแท้ หมดหวังเกิดขึ้น"บาส" ภุชงค์ ซ้ายอดุมศิลป์ นักปั่นทีมชาติไทย กลับมามีแรงฮึดให้ลุกขึ้นต่อสู้ได้อีกครั้งจากกำลังใจจากคนรอบกาย ทั้งแม่ ลูกชาย และอแฟนสาวที่ช่วยกันประคับประคองให้"บาส" ผ่านห้วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาได้
อุบัติเหตุขณะฝึกซ้อมที่เกิดขึ้นกับ" บาส" ถือเป็นเรื่องช็อกของวงการสองล้อไทย จากความหวังที่จะกลับมาเดินได้ เหลือเพียงแค่ทำใจยอมรับอยู่กับชีวิตใหม่ที่มีรถเข็นเป็น"เท้า" ที่จะพา"บาส" ไปไหนมา
6 เดือนที่รักษาตัว" บาส" ต้องผ่านห้วงเวลาที่สุดแสนทรมานจากบาดแผลที่ผ่าตัด และความยากลำบากในการใช้ชีวิตที่จะต้องไปไหนมาไหนด้วยรถเข็น จนพาลท้อแท้เพราะเกรงจะกลายเป็นภาระของคนรอบกาย
แต่..ทุกคนรอบๆตัว "บาส"ไม่เคยคิดว่านี้คือภาระ เมื่อมิอาจกลับมาเดิน สานฝันต่อในเส้นทางกีฬาจักรยานได้ "บาส" ต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อ"กำลังใจ" ที่ส่งมาให้ทุกๆ วินาที ในยามที่ท้อแท้ สิ้นหวัง
การเดินทางของชีวิตนับจากนี้อาจไม่ง่าย แต่เมื่อ"บาส" เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น "บาส" จะได้เห็นมุมมองการดำเนินชีวิตในอีกรูปแบบ และนั้นคือการเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม
จากคนที่เดินได้ปกติใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อประเทศชาตและสร้างชื่อเสียงให้ครอบครัว มาวันนี้ "บาส" มิอาจทำหน้าที่เหล่านั้นได้อีกแล้ว แต่ทุกคนก็ยังเป็นกำลังใจให้" บาส" ได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากที่สุดเท่า
การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องกว่า 5 เดือนหลังได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง ล่าสุดหมอนุญาตให้ถอดเสื้อเกราะเฝือกหลังออกแล้ว เพราะความหนาแน่นของมวลกระดูกเต็มที่แล้ว หลังจากนั้น"บาส" ต้องมาแอดมิทเพื่อฝึกทำกายภาพอย่างเข้มข้นอีก 2 อาทิตย์ หากสอบผ่านทำได้ตามโปรแกรมก็จะจบหลักสูตรกายภาพบำบัด 6 เดือน ซึ่งการทำกายภาพช่วงท้ายๆจะเป็นการทำท่ายากๆ เพื่อเตรียมร่างกายให้" บาส" มีความแข็งแกร่งพอที่จะใช้ชีวิตบนรถเข็น รวมถึงการฝึกให้ใส่ประกับขาเดินราวเหล็ก และถอดใส่วีลแชร์ขึ้นลงรถยนต์ด้วยตัวเอง
ห้วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาที่"บาส" ต้องแข็งแกร่ง อดทนกับการรักษาเพื่อให้ได้ร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุดแม้จะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม มันอาจจะเหนื่อย และะท้อแท้ แต่ยังมีคนที่เหนื่อยกว่า"บาส" นั้นคือ "แม่" ผู้หญิงเจอพายุพบกับความสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไปถึง 2 ครั้งในห้วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน เพราะหลังจากที่ครอบครัว"ซ้ายอุดมศิลป์" สูญเสียเสาหลัก" พ่อ" ไปด้วยโรคมะเร็ง เพียงไม่กี่เดือนก็ต้องพานพบกับเหตุการณ์สุดช็อกลูกชายประสบอุบัติเหตุจากการฝึกซ้อมกลายเป็นคนพิการ
คนเป็น"แม่" ยังยิ้มและยืนหยัดสู้เพื่อกู้ชีวิตลูกกลับคืนมา ต้องเห็นการสูญเสียของลูกชายทั้งๆ ที่มีลมหายใจ จิตใจต้องเข้มแข็งและแข็งแกร่งแค่ไหน และนั้นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้" บาส" ต้องสู้สุดกำลังเพื่อรักษาดวงใจและรอยยิ้มของ"แม่" เอาไว้
"บาส" เหนื่อยแม่เหนื่อยกว่า "บาสท้อ" แม่ไม่เคยท้อ แต่กลับหยิบยื่นรอยยิ้มและกำลังใจให้ลูกชายลุกมาสู้ไปด้วยกัน และมีชีวิตเพื่อเดินหน้าไปต่อ
ชีวิต ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่ชีวิตที่แย่ แต่นั่นอาจจะเป็นแค่จุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อเจอมรสุมชีวิต จงยืนหยัดและอยู่กับมันให้ได้ เพราะทุกคนพร้อมเป็นกำลังใจให้กับ" บาส" สู้ แม้วันนี้ไฟที่มีอาจจะมอดลง แต่มันไม่ได้ดับสนิท รอเพียงลมพัดมาเชื่อว่าเปลวไฟจะลุกลามขึ้นมาอีกครั้ง
นั้นจะกลายเป็นคำตอบของ"ความหวัง" !!!!
หาก" บาส"ยังหวังที่จะกลับมาเดินได้ อยากให้หวังต่อไป แม้มันอาจจะเป็นไปไม่ได้ในทางทฤษฎีจนกระทั่งมันได้เกิดขึ้นจริง !!!!



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น